ดูแลผู้ป่วยสโตรคที่บ้าน เช็กลิสต์ 15 ข้อที่ครอบครัวควรเตรียมก่อนวันรับกลับ

“พรุ่งนี้คุณพ่อกลับบ้านได้แล้วนะครับ” คำพูดของแพทย์ที่ควรทำให้โล่งใจ แต่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลายบ้าน กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความกังวลชุดใหม่ ใครจะดูแล บ้านพร้อมหรือยัง ต้องซื้ออุปกรณ์อะไร และต้องทำอย่างไรให้ผู้ป่วยไม่กลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ

บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ควรเตรียมเป็นเช็กลิสต์ 15 ข้อ แบ่งตามหมวด เพื่อให้ครอบครัวเตรียมพร้อมได้ทีละขั้น

หมวดที่ 1: คุยกับทีมแพทย์ก่อนออกจากโรงพยาบาล

  1. ขอสรุปอาการและแผนการรักษา ได้แก่ ชนิดของสโตรค ยาที่ต้องกิน วันนัดติดตาม และอาการที่ต้องกลับมาโรงพยาบาลทันที
  2. ถามเรื่องการกลืนให้ชัดเจน ผู้ป่วยกินอาหารทางปากได้หรือไม่ ต้องปรับอาหารให้ข้นหรือนิ่มระดับไหน หรือยังต้องให้อาหารทางสายยาง
  3. ขอให้นักกายภาพบำบัดสอนท่าพื้นฐาน เช่น การจัดท่านอน การพลิกตัว การย้ายจากเตียงไปเก้าอี้ และท่าบริหารที่ทำได้เองทุกวัน

หมวดที่ 2: จัดบ้านให้ปลอดภัย

  1. ย้ายห้องนอนผู้ป่วยมาไว้ชั้นล่าง ลดความจำเป็นในการขึ้นลงบันได ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงหกล้มอันดับต้น ๆ
  2. ติดราวจับในห้องน้ำและทางเดิน โดยเฉพาะข้างโถส้วมและบริเวณอาบน้ำ พร้อมแผ่นกันลื่น
  3. เคลียร์ทางเดินให้โล่ง เก็บพรม สายไฟ และของวางพื้นออก เพิ่มไฟส่องสว่างทางเดินช่วงกลางคืน
  4. วางเตียงให้ลงได้จากด้านที่แข็งแรง เพื่อให้ผู้ป่วยใช้ข้างที่ดีช่วยพยุงตัวขณะลุกนั่ง

หมวดที่ 3: อุปกรณ์ที่ควรมี

  1. เตียงผู้ป่วยปรับระดับได้ ช่วยจัดท่านั่งกินอาหาร ลดการสำลัก และช่วยให้ผู้ดูแลไม่ต้องก้มตัวมากจนปวดหลัง
  2. ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ จำเป็นมากสำหรับผู้ป่วยที่ยังเคลื่อนไหวเองได้น้อย
  3. อุปกรณ์ช่วยเดินและเก้าอี้นั่งถ่าย เช่น ไม้เท้าสามขา วอล์กเกอร์ หรือรถเข็น ตามที่นักกายภาพแนะนำ ไม่ควรเลือกเองโดยไม่ได้ประเมิน
  4. เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะการควบคุมความดันคือหัวใจของการป้องกันสโตรคซ้ำ

หลายครอบครัวเลือก เช่าอุปกรณ์ แทนการซื้อ เพราะความต้องการอุปกรณ์จะเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย เช่น จากเตียงไฟฟ้าและรถเข็น ไปเป็นวอล์กเกอร์ในไม่กี่เดือน

หมวดที่ 4: การดูแลประจำวันที่ป้องกันการกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ

  1. พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ป่วยที่ยังขยับตัวเองไม่ได้ และตรวจผิวหนังบริเวณก้นกบ สะโพก ส้นเท้าทุกวัน
  2. จัดท่านั่งตัวตรงขณะกินอาหารและหลังอาหาร 30 นาที ป้อนคำเล็ก ๆ ช้า ๆ หากไอหรือเสียงเปลี่ยนหลังกลืนให้หยุดป้อนและปรึกษาทีมแพทย์ เพราะปอดอักเสบจากการสำลักเป็นสาเหตุสำคัญของการกลับเข้าโรงพยาบาล
  3. จดบันทึกยาและสัญญาณชีพ ความดัน น้ำตาล อาการผิดปกติ เพื่อนำไปให้แพทย์ดูในวันนัด

หมวดที่ 5: อย่าหยุดฝึก

  1. วางตารางฟื้นฟูต่อเนื่อง ช่วง 3–6 เดือนแรกหลังสโตรคเป็นช่วงเวลาทองที่สมองฟื้นตัวได้ดีที่สุด การกลับบ้านจึงไม่ควรเป็นจุดที่การฝึกหยุดลง หากไม่สะดวกพาผู้ป่วยไปกายภาพที่โรงพยาบาลบ่อย ๆ การมีนักกายภาพบำบัดมาฝึกที่บ้านเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การฟื้นฟูต่อเนื่อง

อย่าลืมดูแลผู้ดูแลด้วย

การดูแลผู้ป่วยสโตรคเป็นงาน 24 ชั่วโมงที่ใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ ลูกหลานที่ต้องทำงานไปด้วยมักเหนื่อยล้าสะสมโดยไม่รู้ตัว การแบ่งเวรในครอบครัว หรือใช้บริการผู้ดูแลมืออาชีพบางช่วงเวลา ไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่เป็นการทำให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวไปต่อได้ในระยะยาว

AGYHERO Home Care ส่งทีมดูแลผู้ป่วยสโตรคถึงบ้าน

AGYHERO ให้บริการดูแลผู้ป่วยที่บ้านสำหรับผู้ป่วยติดเตียง อัมพาต อัลไซเมอร์ และผู้ป่วยฟื้นฟูหลังผ่าตัด โดยทีมพยาบาลวิชาชีพ ภายใต้การติดตามของแพทย์ พร้อมรายงานอาการและสัญญาณชีพผ่าน LINE วันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีบริการส่งนักกายภาพบำบัดถึงบ้าน และเช่าอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย

หากผู้ป่วยยังต้องการการฟื้นฟูแบบเข้มข้นก่อนกลับบ้าน AGY Rehab Center สามารถรับช่วงต่อจากโรงพยาบาล แล้วส่งต่อการดูแลไปที่บ้านโดยทีมเดิมที่รู้จักผู้ป่วย

ปรึกษา Care Advisor ฟรี โทร 02-109-4241 หรือ LINE @Agyhero ให้ทีมแพทย์และสหวิชาชีพช่วยประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับการดูแลแบบไหน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยสโตรคควรทำกายภาพบำบัดบ่อยแค่ไหนเมื่อกลับบ้าน

ขึ้นกับระดับอาการ โดยทั่วไปควรมีการฝึกทุกวัน ทั้งการฝึกกับนักกายภาพบำบัดและท่าบริหารที่ครอบครัวช่วยทำ ควรให้นักกายภาพประเมินและกำหนดความถี่ที่เหมาะสม

จำเป็นต้องซื้อเตียงผู้ป่วยไหม

ไม่จำเป็นต้องซื้อเสมอไป การเช่าเตียงและอุปกรณ์เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าในช่วงที่ความต้องการของผู้ป่วยยังเปลี่ยนแปลง

อาการแบบไหนต้องพากลับโรงพยาบาลทันที

อ่อนแรงมากขึ้น พูดไม่ชัดมากขึ้น ซึมลง ปวดศีรษะรุนแรง มีไข้ ไอหลังกินอาหาร หายใจเหนื่อย หรือมีอาการตาม BE FAST ใหม่ ให้โทร 1669

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป การดูแลผู้ป่วยแต่ละรายควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา